หัวข้อ

“สมชาย ไทรงาม” ตามไปดู รถไฟใต้ดิน

ท่องเที่ยวทั่วไทยกับโตโยต้าดีโฟร์ดีฉบับนี้ขอพาทุกท่านไปใช้บริการระบบขนส่งมวลชนของคนกรุงเทพ  “รถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคล” ระบบขนส่งใต้ดินเทคโนโลยีทันสมัยเส้นทางแรกของเมืองไทย  เพื่อไม่ให้ตกกระแสนะครับ  เผื่อมีโอกาสใช้บริการจะได้ไม่ต้องเก้อเขินให้อายใคร  โดยมีหนุ่มนักร้องเสียงดี  สมชาย ไทรงาม  ศิลปินหนุ่มหนึ่งในทีม ชัวร์ชะชะช่า เป็นไกด์ให้  ด้วยความสนใจในเทคโนโลยี  ในฐานะอดีตอาจารย์มหาวิทยาลัย  ผู้ซึ่งผันตัวเข้าเป็นนักร้องและกำลังจะมีผลงานเดี่ยวเป็นของตัวเอง  เหมือนๆ กันกับ  น้องแอร์ หรือ น้องกิ๊ก-บุญตา เมืองใหม่  ซึ่งเป็นผลิตผลจาก
ชัวร์ชะชะช่า


            “18 สถานี 20 กิโล”  คำจำกัดความสำหรับโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศไทย  โดยชื่อรถไฟฟ้ามหานคร  สายเฉลิมรัชมงคล  เป็นนามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานให้  ซึ่งมีความหมายว่า  “งานเฉลิมความเป็นมงคลแห่งความเป็นพระราชา”  ซึ่งพระองค์ทรงพระราชทานเมื่อวันที่  9 สิงหาคม 2542  ซึ่งเป็นช่วงที่กำลังดำเนินการสร้างแต่ยังไม่แล้วเสร็จจวบจนวันที่  3  กรกฎาคม  2547  ที่ผ่านมา  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ  เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดการเดินรถอย่างเป็นทางการ  และได้ทรงเสด็จขึ้นไปประทับบนรถไฟฟ้ามหานครเพื่อเป็นสิริมงคลด้วย   นี่คือความเป็นมาของรถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศไทย  โดยหนุ่ม สมชาย  ซักถามจากเจ้าหน้าที่ประจำสถานีบริการ  เพื่อเป็นความรู้เล่าสู่กันฟัง

เมื่อทราบถึงความเป็นมาอย่างคร่าวๆ นี้แล้ว  สมชาย ก็รีบคว้าความตื่นเต้นพานั่งรถไฟฟ้าใต้ดินกันทันที  ก้าวแรกที่มุดลงไปชั้นใต้ดินกับบันไดเลื่อนอันยาวเหยียด  สมชาย บอกว่า  “เป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก  เหมือนกับว่าเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่เมืองไทยนั้น  สร้างขึ้นมาให้มีความเจริญเทียมเท่าต่างประเทศ  ความตื่นเต้นนั้นผมไม่สามารถบอกได้มากกว่านี้  อยากให้ท่านหาโอกาสมาสัมผัสด้วยตัวเอง  ผมเพียงแต่จะอธิบายรายละเอียดวิธีการใช้บริการเพื่อไม่ให้เกิดความเก้อเขินนะครับ”  สมชาย  กล่าวพร้อมยิ้มนิดๆ อย่างมิตรภาพ
ครั้งหนึ่งตั้งแต่รถไฟใต้ดินฯ เริ่มเปิดบริการใหม่ๆ ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับฝนฟ้าที่กำลังกระหน่ำหนักทั่วกรุงเทพฯ มีพี่น้องชาวลูกทุ่งหลายท่านกล่าวเป็นมุขตลก ( โดยเฉพาะพี่น้องผู้ให้บริการแท็กซี่มิเตอร์ ) ว่า
“ ก่อนที่จะใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินให้เหลือบดูฟ้าฝนกันก่อนนะ  ถ้าฝนตกหนักอย่าลงไปโดยเด็ดขาดเพราะเกรงน้ำจะท่วมรู อิ..อิ..อิ..” อ้าวก็ว่ากันไปนะครับ  แต่อันที่จริงทีมงานวิศวกรผู้สร้าง  ผู้วางระบบยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีปัญหา  ทุกระบบมีความปลอดภัยยิ่ง

มาว่ากันต่อเรื่องวิธีการใช้บริการนะครับ  ซึ่งศิลปินหนุ่มของเราได้อธิบายว่า  “ก่อนอื่นอยากให้พี่น้องผู้ต้องการใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินได้วางแผนเส้นทางให้ดี  เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา   18  สถานี 20กิโลเมตรนั้น  สถานีต้นทางหรือปลายทางแล้วแต่จะนับเอานะครับ  โดยจุดหลักอยู่ที่หัวลำโพงและบางซื่อ แต่อีกไม่นานจะมีการเปิดบริการเส้นทางเชื่อมโยงไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ  ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในปีหน้า  สำหรับราคาค่าบริการนั้นก็แล้วแต่ระยะทางใกล้ไกล  โดยมีราคาเริ่มต้นที่  14  บาท สูงสุด  36  บาท  อย่างเช่น  ผมอยู่ที่สถานีหัวลำโพงจะเดินทางไปยังสถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย  นับตามสถานีบริการแล้วผมต้องเดินทางผ่านไปถึง 9 สถานี  จากจุดเริ่มต้น 14 บาท แล้วเพิ่มขึ้นไปอีกสถานีละ 2 บาท  รวมแล้วการเดินทางครั้งนี้  จะเสียค่าบริการ  30  บาทครับ  ไม่แพงจนเกินไปแถมยังประหยัดเวลาในการเดินทางอีกต่างหาก  โดยการเดินทางครั้งนี้ใช้เวลาไม่เกิน  20  นาทีก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัยแล้วครับ”

“ขั้นตอนการใช้บริการก็ไม่ยากเลยนะครับ  เพียงเราเข้าคิวรอซื้อบัตรโดยสารตามราคาและระยะทาง  ที่จะเดินทาง จากนั้นก็สอดบัตรโดยสารผ่านเครื่องตรวจสอบ  โดยเครื่องอัตโนมัติจะเปิดเครื่องกั้นออกให้  เมื่อผ่านเข้าไปแล้วก็สังเกตป้ายบอกเส้นทางว่าจะไปยังจุดไหน  ทุกสถานีจะมีป้ายบอกเด่นชัดว่าหัวลำโพงหรือบางซื่อ  แต่ถ้าไม่แน่ใจให้สอบถามเจ้าหน้าที่ซึ่งจะคอยให้บริการอย่างเป็นกันเอง  จากนั้นก็รอขึ้นรถตามจุดที่กำหนดให้  เพื่อให้เป็นระเบียบอย่าลืมเข้าคิวนะครับ เมื่อถึงจุดหมายแล้วเวลาออกจากสถานีก็เช่นกัน ไม่ยากเลยครับ ไม่ต้องเก้อ  ไม่ต้องเขิน  เมื่อมีโอกาส  ใช้บริการกันเยอะๆ นะครับ”

ส่วนการให้บริการของรถไฟฟ้ามหานครนั้น   จะให้บริการทุกวัน  ตั้งแต่เวลา  06.00-24.00 น. และมีความถี่สำหรับการให้บริการในชั่วโมงเร่งด่วน  ไม่เกิน  5 นาทีต่อหนึ่งขบวน  และชั่วโมงปกติเป็นเวลา 10 นาทีต่อหนึ่งขบวน
ก่อนออกจากสถานีรถไฟฟ้า  เดินผ่านน้องๆ นักเรียนกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง  ซึ่งทางเราก็ได้สอบถามกันเล็กน้อยได้ความว่า เป็นน้องๆ ที่เดินทางมาจากจังหวัดนครสวรรค์  เพื่อเข้ามาทัศนศึกษารถไฟฟ้ามหานครขบวนนี้ด้วย  แหม…ช่างทันเหตุการณ์จังเลย